
คุณเคยรู้สึกใจเต้นแรง เหงื่อแตก และก้าวขาไม่ออกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ดูเป็นเรื่องปกติสำหรับคนทั่วไปไหม? ไม่ว่าจะเป็นการมองลงมาจากตึกสูง การอยู่ในลิฟต์ หรือแม้แต่การเห็นรูเล็กๆ เรียงกัน
หลายคนอาจมองว่าคุณ “คิดไปเอง” หรือ “เรียกร้องความสนใจ” ซึ่งนั่นยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่ อึดอัด และสูญเสียความมั่นใจ ความกลัวที่ผิดปกติ (Irrational fear) เหล่านี้ไม่ได้แค่ทำให้คุณเสียบุคลิก แต่ยังจำกัดการใช้ชีวิต ตัดโอกาสดีๆ และในบางครั้งอาจนำไปสู่ อาการแพนิค (Panic attack) ที่ควบคุมไม่ได้
หากคุณกำลังเผชิญกับสภาวะนี้ คุณไม่ได้อยู่คนเดียวครับ อาการเหล่านี้มีคำอธิบายทางการแพทย์และสามารถรักษาได้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก โรคกลัว 12 ชนิด (Phobias) ที่พบบ่อยที่สุด พร้อมวิธีแยกแยะระหว่าง “ความกลัวทั่วไป” กับ “โรคโฟเบีย” และแนวทางการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ
โรคโฟเบีย (Phobia)คือ ความกลัวอย่างรุนแรงและไม่มีเหตุผลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สถานการณ์ หรือกิจกรรมเฉพาะเจาะจง ซึ่งผู้ป่วยมักรู้ตัวว่าความกลัวนั้นเกินจริง แต่ไม่สามารถควบคุมการตอบสนองทางร่างกายและจิตใจได้ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

หากคุณมีเวลาจำกัด นี่คือรายชื่อของโรคกลัวที่พบได้บ่อยที่สุด แบ่งตามสถิติทางการแพทย์:
มาตรวจสอบกันว่า อาการโฟเบีย (Phobia symptoms) ของแต่ละชนิด มีลักษณะเฉพาะตัวและจุดกระตุ้นอย่างไรบ้าง
ไม่ใช่แค่การเสียวท้องน้อยเวลาอยู่บนที่สูง แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้จะเกิดความตื่นตระหนกอย่างหนักแม้จะอยู่ในจุดที่ปลอดภัย
เกิดจากความรังเกียจหรือหวาดกลัวเมื่อเห็นรูปแบบเรขาคณิตหรือรูที่เรียงตัวกันอย่างหนาแน่น
ความกลัวการถูกกักขังและไม่สามารถหลบหนีได้ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางในเมือง

เป็นหนึ่งใน โรคกลัวเฉพาะอย่าง (Specific Phobia) ที่เก่าแก่ที่สุด เชื่อว่ามาจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์
คล้ายกับโรคกลัวแมงมุม มักฝังรากลึกมาจากวิวัฒนาการ หรือประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก
มักเกิดจากบาดแผลทางใจ (Trauma) ในอดีต เช่น เคยถูกสุนัขกัดหรือไล่ตามตอนเด็ก
พบได้บ่อยในเด็ก แต่ผู้ใหญ่หลายคนก็ยังคงมีอาการนี้ มักเชื่อมโยงกับความกลัวเสียงดัง
ความกลัวนี้อาจทำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการไปพบแพทย์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว
เกิดจากการผสมผสานของโรคกลัวที่แคบและการกลัวความสูง ทำให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องทรมาน

มักมีความสัมพันธ์กับโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) ผู้ป่วยจะกังวลเรื่องการปนเปื้อนอย่างหนัก
หรือ Social Anxiety Disorder เป็นความกลัวการถูกตัดสิน หรือทำเรื่องน่าอายต่อหน้าผู้อื่น
ความกลัวการอยู่ในสถานที่ที่รู้สึกว่า “หนีออกมายาก” หรือ “ไม่มีใครช่วยได้” หากเกิดอาการแพนิค
หลายคนอาจสงสัยว่า ความกลัวระดับไหนถึงเรียกว่าเป็น “โรค” ตารางนี้จะช่วยแยกความแตกต่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
| เกณฑ์การประเมิน | ความกลัวทั่วไป (Normal Fear) | โรคโฟเบีย (Phobia) |
| ระดับความรุนแรง | กังวลเล็กน้อยถึงปานกลาง | รุนแรงมากจนเกิด อาการแพนิค |
| ความสมเหตุสมผล | สมเหตุสมผลกับอันตรายตรงหน้า | เกินจริง ไม่สมเหตุสมผล |
| ระยะเวลา | เกิดขึ้นชั่วคราวแล้วหายไป | เรื้อรัง (นานกว่า 6 เดือนขึ้นไป) |
| ผลกระทบต่อชีวิต | ใช้ชีวิตได้ตามปกติ | หลีกเลี่ยงสถานการณ์นั้นจนเสียงาน/เสียโอกาส |
ข้อควรระวังเพิ่มเติม: อาการใจสั่นและเหงื่อแตกที่คล้ายกับอาการแพนิคจากโฟเบีย อาจถูกกระตุ้นให้แย่ลงได้จากการดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป สำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟ ควรรู้จักเมล็ดกาแฟแต่ละชนิด พร้อมเคล็ดลับเก็บให้หอมสดนาน เพื่อการเลือกดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ให้คาเฟอีนไปกระตุ้นระบบประสาทจนเกิดความวิตกกังวลที่มากเกินจริง
ข่าวดีก็คือ โรคโฟเบียเป็นโรคทางจิตเวชที่สามารถรักษาให้หายขาด หรือบรรเทาลงจนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดย จิตแพทย์ และ นักจิตวิทยา มักใช้วิธีต่อไปนี้:
นอกจากการบำบัดทางจิตวิทยาแล้ว การดูแลสุขภาพร่างกายและระบบประสาทให้แข็งแรงก็เป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีความเครียดสะสมหรือวิตกกังวลง่าย ควรสังเกตโภชนาการของตนเองร่วมด้วย เพราะถ้าร่างกายขาดวิตามินบีจะเกิดอะไรขึ้น อาจส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบประสาท และทำให้คุณรับมือกับภาวะวิตกกังวลได้แย่ลง
โรคกลัว 12 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น กลัวความสูง กลัวที่แคบ หรือกลัวการเข้าสังคม ล้วนเป็นภาวะทางจิตใจที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การยอมรับและทำความเข้าใจ อาการโฟเบีย ของตนเอง คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการรักษา
คุณคิดว่าความกลัวข้อไหนที่กำลังขัดขวางความก้าวหน้าในชีวิตคุณอยู่? และคุณพร้อมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นด้วยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแล้วหรือยัง?