โรคกลัว 12 ชนิด มีอะไรบ้าง? เช็กอาการโฟเบียที่คุณอาจเป็น

T

คุณเคยรู้สึกใจเต้นแรง เหงื่อแตก และก้าวขาไม่ออกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ดูเป็นเรื่องปกติสำหรับคนทั่วไปไหม? ไม่ว่าจะเป็นการมองลงมาจากตึกสูง การอยู่ในลิฟต์ หรือแม้แต่การเห็นรูเล็กๆ เรียงกัน

หลายคนอาจมองว่าคุณ “คิดไปเอง” หรือ “เรียกร้องความสนใจ” ซึ่งนั่นยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่ อึดอัด และสูญเสียความมั่นใจ ความกลัวที่ผิดปกติ (Irrational fear) เหล่านี้ไม่ได้แค่ทำให้คุณเสียบุคลิก แต่ยังจำกัดการใช้ชีวิต ตัดโอกาสดีๆ และในบางครั้งอาจนำไปสู่ อาการแพนิค (Panic attack) ที่ควบคุมไม่ได้

หากคุณกำลังเผชิญกับสภาวะนี้ คุณไม่ได้อยู่คนเดียวครับ อาการเหล่านี้มีคำอธิบายทางการแพทย์และสามารถรักษาได้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก โรคกลัว 12 ชนิด (Phobias) ที่พบบ่อยที่สุด พร้อมวิธีแยกแยะระหว่าง “ความกลัวทั่วไป” กับ “โรคโฟเบีย” และแนวทางการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ

โรคโฟเบีย คืออะไร?

โรคโฟเบีย (Phobia)คือ ความกลัวอย่างรุนแรงและไม่มีเหตุผลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สถานการณ์ หรือกิจกรรมเฉพาะเจาะจง ซึ่งผู้ป่วยมักรู้ตัวว่าความกลัวนั้นเกินจริง แต่ไม่สามารถควบคุมการตอบสนองทางร่างกายและจิตใจได้ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

กลไกการเกิดโรคโฟเบียและความกลัวในสมองมนุษย์

สรุปแบบรวดเร็ว: โรคกลัว 12 ชนิด มีอะไรบ้าง?

หากคุณมีเวลาจำกัด นี่คือรายชื่อของโรคกลัวที่พบได้บ่อยที่สุด แบ่งตามสถิติทางการแพทย์:

  1. Acrophobia: โรคกลัวความสูง
  2. Trypophobia: โรคกลัวรู
  3. Claustrophobia: โรคกลัวที่แคบ
  4. Arachnophobia: โรคกลัวแมงมุม
  5. Ophidiophobia: โรคกลัวงู
  6. Cynophobia: โรคกลัวสุนัข
  7. Astraphobia: โรคกลัวฟ้าร้องและฟ้าผ่า
  8. Trypanophobia: โรคกลัวเข็มฉีดยา
  9. Aerophobia: โรคกลัวการขึ้นเครื่องบิน
  10. Mysophobia: โรคกลัวเชื้อโรคและความสกปรก
  11. Social Phobia: โรคกลัวการเข้าสังคม
  12. Agoraphobia: โรคกลัวที่ชุมชนหรือพื้นที่เปิดโล่ง

เจาะลึก 12 อาการโฟเบีย: คุณกำลังเผชิญกับสิ่งนี้อยู่หรือไม่?

มาตรวจสอบกันว่า อาการโฟเบีย (Phobia symptoms) ของแต่ละชนิด มีลักษณะเฉพาะตัวและจุดกระตุ้นอย่างไรบ้าง

1. Acrophobia (โรคกลัวความสูง)

ไม่ใช่แค่การเสียวท้องน้อยเวลาอยู่บนที่สูง แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้จะเกิดความตื่นตระหนกอย่างหนักแม้จะอยู่ในจุดที่ปลอดภัย

  • จุดกระตุ้น: การมองลงมาจากตึก, การยืนบนระเบียง, การปีนบันได
  • อาการเด่น: วิงเวียนศีรษะ (Vertigo), ตัวสั่น, ขาแข็งจนก้าวไม่ออก

2. Trypophobia (โรคกลัวรู)

เกิดจากความรังเกียจหรือหวาดกลัวเมื่อเห็นรูปแบบเรขาคณิตหรือรูที่เรียงตัวกันอย่างหนาแน่น

  • จุดกระตุ้น: รวงผึ้ง, ฝักบัว, ฟองน้ำ, ผิวหนังที่มีรูขุมขนกว้าง
  • อาการเด่น: ขนลุกซู่, คันตามผิวหนัง, คลื่นไส้, รู้สึกขยะแขยง

3. Claustrophobia (โรคกลัวที่แคบ)

ความกลัวการถูกกักขังและไม่สามารถหลบหนีได้ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางในเมือง

  • จุดกระตุ้น: ลิฟต์, เครื่อง MRI, อุโมงค์, ห้องที่ไม่มีหน้าต่าง
  • อาการเด่น: หายใจไม่ออก, รู้สึกเหมือนขาดออกซิเจน, เหงื่อแตกพลั่ก

วิธีลดความกังวลจากโรคกลัวการบิน Aerophobia

4. Arachnophobia (โรคกลัวแมงมุม)

เป็นหนึ่งใน โรคกลัวเฉพาะอย่าง (Specific Phobia) ที่เก่าแก่ที่สุด เชื่อว่ามาจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์

  • จุดกระตุ้น: การเห็นแมงมุม (แม้แต่ในรูปภาพหรือทีวี), หยากไย่
  • อาการเด่น: ร้องไห้, กรีดร้อง, วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต, ระแวงตลอดเวลา

5. Ophidiophobia (โรคกลัวงู)

คล้ายกับโรคกลัวแมงมุม มักฝังรากลึกมาจากวิวัฒนาการ หรือประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก

  • จุดกระตุ้น: งูทุกสายพันธุ์, ของเล่นรูปงู, เสียงขู่ฟ่อ
  • อาการเด่น: กล้ามเนื้อเกร็ง, อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูง, อาการแพนิค

6. Cynophobia (โรคกลัวสุนัข)

มักเกิดจากบาดแผลทางใจ (Trauma) ในอดีต เช่น เคยถูกสุนัขกัดหรือไล่ตามตอนเด็ก

  • จุดกระตุ้น: สุนัขทุกขนาด, เสียงเห่า, การเดินผ่านบ้านที่มีสุนัข
  • อาการเด่น: หลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะ, ใจสั่น, เหงื่อออกตามมือและเท้า

7. Astraphobia (โรคกลัวฟ้าร้องและฟ้าผ่า)

พบได้บ่อยในเด็ก แต่ผู้ใหญ่หลายคนก็ยังคงมีอาการนี้ มักเชื่อมโยงกับความกลัวเสียงดัง

  • จุดกระตุ้น: พายุฝนฟ้าคะนอง, เมฆครึ้ม, พยากรณ์อากาศที่เตือนเรื่องพายุ
  • อาการเด่น: ซ่อนตัวในตู้หรือใต้ผ้าห่ม, อุดหู, ร้องไห้, ตัวสั่น

8. Trypanophobia (โรคกลัวเข็มฉีดยา)

ความกลัวนี้อาจทำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการไปพบแพทย์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว

  • จุดกระตุ้น: เข็มฉีดยา, การเจาะเลือด, บรรยากาศในคลินิกหรือโรงพยาบาล
  • อาการเด่น: ความดันโลหิตตกเฉียบพลัน, หน้ามืด, เป็นลมหมดสติ (Fainting)

9. Aerophobia (โรคกลัวการขึ้นเครื่องบิน)

เกิดจากการผสมผสานของโรคกลัวที่แคบและการกลัวความสูง ทำให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องทรมาน

  • จุดกระตุ้น: การจองตั๋ว, การไปสนามบิน, เครื่องบินตกหลุมอากาศ
  • อาการเด่น: กระสับกระส่าย, ปวดมวนท้อง, อาเจียน, หายใจหอบถี่

วิธีลดความกังวลจากโรคกลัวการบิน Aerophobia

10. Mysophobia (โรคกลัวเชื้อโรค/ความสกปรก)

มักมีความสัมพันธ์กับโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) ผู้ป่วยจะกังวลเรื่องการปนเปื้อนอย่างหนัก

  • จุดกระตุ้น: ห้องน้ำสาธารณะ, ลูกบิดประตู, การจับมือทักทาย
  • อาการเด่น: ล้างมือซ้ำๆ จนผิวแห้งแตก, หมกมุ่นกับการทำความสะอาด

11. Social Phobia (โรคกลัวการเข้าสังคม)

หรือ Social Anxiety Disorder เป็นความกลัวการถูกตัดสิน หรือทำเรื่องน่าอายต่อหน้าผู้อื่น

  • จุดกระตุ้น: การพูดหน้าชั้นเรียน, การปาร์ตี้, การคุยกับคนแปลกหน้า
  • อาการเด่น: หน้าแดง, พูดตะกุกตะกัก, สมองว่างเปล่า, หลีกเลี่ยงการสบตา

12. Agoraphobia (โรคกลัวที่ชุมชน)

ความกลัวการอยู่ในสถานที่ที่รู้สึกว่า “หนีออกมายาก” หรือ “ไม่มีใครช่วยได้” หากเกิดอาการแพนิค

  • จุดกระตุ้น: ห้างสรรพสินค้า, คอนเสิร์ต, ระบบขนส่งสาธารณะที่แออัด
  • อาการเด่น: เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน (Housebound), หวาดระแวง, ไม่กล้าออกไปไหนคนเดียว

เปรียบเทียบชัดๆ: ความกลัวปกติ VS โรคโฟเบีย

หลายคนอาจสงสัยว่า ความกลัวระดับไหนถึงเรียกว่าเป็น “โรค” ตารางนี้จะช่วยแยกความแตกต่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

เกณฑ์การประเมินความกลัวทั่วไป (Normal Fear)โรคโฟเบีย (Phobia)
ระดับความรุนแรงกังวลเล็กน้อยถึงปานกลางรุนแรงมากจนเกิด อาการแพนิค
ความสมเหตุสมผลสมเหตุสมผลกับอันตรายตรงหน้าเกินจริง ไม่สมเหตุสมผล
ระยะเวลาเกิดขึ้นชั่วคราวแล้วหายไปเรื้อรัง (นานกว่า 6 เดือนขึ้นไป)
ผลกระทบต่อชีวิตใช้ชีวิตได้ตามปกติหลีกเลี่ยงสถานการณ์นั้นจนเสียงาน/เสียโอกาส

ข้อควรระวังเพิ่มเติม: อาการใจสั่นและเหงื่อแตกที่คล้ายกับอาการแพนิคจากโฟเบีย อาจถูกกระตุ้นให้แย่ลงได้จากการดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป สำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟ ควรรู้จักเมล็ดกาแฟแต่ละชนิด พร้อมเคล็ดลับเก็บให้หอมสดนาน เพื่อการเลือกดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ให้คาเฟอีนไปกระตุ้นระบบประสาทจนเกิดความวิตกกังวลที่มากเกินจริง

วิธีรักษาโรคกลัวด้วยวิธีทางการแพทย์

ข่าวดีก็คือ โรคโฟเบียเป็นโรคทางจิตเวชที่สามารถรักษาให้หายขาด หรือบรรเทาลงจนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดย จิตแพทย์ และ นักจิตวิทยา มักใช้วิธีต่อไปนี้:

  • การบำบัดด้วยการเผชิญหน้า (Exposure Therapy): เป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการรักษา โดยให้ผู้ป่วยค่อยๆ เผชิญกับสิ่งที่กลัวทีละน้อยในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้สมองเรียนรู้ว่าสิ่งนั้นไม่อันตราย
  • การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT): ช่วยปรับเปลี่ยนรูปแบบความคิดที่บิดเบือน และสอนทักษะการรับมือเมื่อเกิดความกังวล
  • การใช้ยา (Medication): ในบางกรณีที่อาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาสั่งยาในกลุ่ม Beta-blockers หรือ ยาต้านเศร้า (Antidepressants) เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจและควบคุมความกังวลระยะสั้น

นอกจากการบำบัดทางจิตวิทยาแล้ว การดูแลสุขภาพร่างกายและระบบประสาทให้แข็งแรงก็เป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีความเครียดสะสมหรือวิตกกังวลง่าย ควรสังเกตโภชนาการของตนเองร่วมด้วย เพราะถ้าร่างกายขาดวิตามินบีจะเกิดอะไรขึ้น อาจส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบประสาท และทำให้คุณรับมือกับภาวะวิตกกังวลได้แย่ลง

สรุป

โรคกลัว 12 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น กลัวความสูง กลัวที่แคบ หรือกลัวการเข้าสังคม ล้วนเป็นภาวะทางจิตใจที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การยอมรับและทำความเข้าใจ อาการโฟเบีย ของตนเอง คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการรักษา

คุณคิดว่าความกลัวข้อไหนที่กำลังขัดขวางความก้าวหน้าในชีวิตคุณอยู่? และคุณพร้อมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นด้วยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแล้วหรือยัง?